Tuesday, November 17, 2015

เศรษฐีไทยรวยแซงทั่วโลก ทรัพย์สิน 35 ล้านสะพรั่งสวนเศรษฐกิจ















“เงินต่อเงิน” เศรษฐกิจแฟบแต่เศรษฐีไทยเงินฟู ทั้งจำนวนและมูลค่าความล่ำซำพุ่งสูงกว่าทั่วโลก จากปี 54 มีจำนวนคนรวยทรัพย์สิน 35 ล้านบาทขึ้นไป 65,200 คน ปี 57 พุ่งเป็น 90,700 คน จากทรัพย์สิน 10.6 ล้านล้านบาท เป็น 16.0 ล้านล้านบาท ด้านพาณิชย์แจงตัวเลขธุรกิจเจ๊ง 10 เดือนแรก เพิ่ม 19%

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คนรวยในประเทศไทยที่มีทรัพย์สิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขึ้นไป หรือประมาณ 35 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินของบุคคล ไม่รวมกับทรัพย์สินบริษัท ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง เติบโตได้ปีละ 12% โดยการเปรียบเทียบรายปี ในปี 2554 จาก 65,200 คน เพิ่มเป็น 90,700 คน ในปี 2557 ขณะที่ในฝั่งของทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 15% จากปี 2554 มีจำนวนทรัพย์สินรวม 10.6 ล้านล้านบาท ปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 16.0 ล้านล้านบาท สูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ของประเทศไทยมีตัวเลขอยู่ที่ 12 ล้านล้านบาท

“อัตราการเติบโตของคนรวยในประเทศไทยมีอัตราที่สูงกว่าทั่วโลกและในเอเชียแปซิฟิก โดยช่วง 4 ปีย้อนหลัง จำนวนคนรวยทั่วโลกเติบโตเฉลี่ย 10% เอเชียแปซิฟิกโต 12% ประเทศไทย 12% และในปี 2557 ทั่วโลกโตเฉลี่ย 7% เอเชียแปซิฟิก 9% ประเทศไทย 13% ขณะที่จำนวนทรัพย์สิน 4 ปีย้อนหลัง ทั่วโลกเติบโต 10% เอเชียแปซิฟิก 14% ประเทศไทย 15%”

ทั้งนี้จำนวนคนรวยและทรัพย์สินคนรวยที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และเกิดจากเงินต่อเงิน มีการนำเงินไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้ในแต่ละปี ทรัพย์สินของคนรวยในประเทศไทยเพิ่มขึ้นปีละ 10-12%

นายปรีดีกล่าวอีกว่า สายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ของธนาคารมีลูกค้าที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปประมาณ 9,200 ราย และมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล 750,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2557 ที่มีลูกค้าประมาณ 8,500 คน มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล 727,000 ล้านบาท โดยธนาคารครองส่วนแบ่งตลาดถึง 41% และปีหน้า ธนาคารตั้งเป้ามีสินทรัพย์สายงานธุรกิจไพรเวทแบงก์ 800,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้ 750,000 ล้านบาท และจำนวนลูกค้าแตะที่ 9,800 คน จากปีนี้ 9,200 คน

ด้าน น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนเลิกกิจการเดือน ต.ค.2558 ว่า มีห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศจดทะเบียนเลิกรวมทั้งหมด 2,187 ราย เพิ่มขึ้น 33% เทียบกับการจดทะเบียนเลิกในเดือน ต.ค.2557 และเพิ่มขึ้น 16% เทียบกับเดือน ก.ย.2558 โดยมีเงินทุนจดทะเบียนเลิก 5,581 ล้านบาท ส่วนการจดทะเบียนเลิกช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2558 มีจำนวน 14,000 ราย เพิ่มขึ้น 19% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การจดทะเบียนเลิกในเดือน ต.ค.สูงขึ้นมาก เป็นผลจากการคุมเข้มในมาตรการจดทะเบียนธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมทั้งการยกเลิกโควตาของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งทำให้บางรายต้องเลิกกิจการและมีการเข้ามาจดทะเบียนเลิกในช่วงก่อนปลายปี เพราะไม่ต้องส่งงบการเงิน แต่การยกเลิกโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีรายย่อยที่เข้ามาจดทะเบียนธุรกิจเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

“ยอดเลิกกิจการ 2,187 ราย พบว่าเป็นการเลิกของธุรกิจค้าสลาก 447 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มีการจดทะเบียนเลิก 150 กว่าราย ซึ่งเห็นได้ว่ามาตรการในการดูแลธุรกิจค้าสลากฯของรัฐบาลได้ผล”

สำหรับสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการทั่วประเทศเดือน ต.ค.58 มีจำนวน 5,231 ราย ลดลง 3% เทียบกับเดือน ต.ค.57 และลดลง 1% เทียบกับเดือน ก.ย.58 โดยมีเงินทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 21,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งช่วง 10 เดือนปี 58 มีจำนวน 52,300 ราย เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าปีนี้ทั้งปี ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการทั้งปีจะได้ตามเป้าหมายที่ 60,000 รายแน่นอน.
 

TipsGuide

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation.

0 comments:

Post a Comment

 

Copyright @ 2015 Thai News.

Designed by Templateiy & CollegeTalks